Get Adobe Flash player

ผู้อำนวยการวิทยาลัย

ดร.นิติ นาชิต

ผู้อำนวยการวิทยาลัย

หน่วยงานภายใน

ห้องสมุด

ข้อมูลจังหวัด

ข้อมูลจังหวัดฉะเชิงเทรา :

1.  สภาพปัจจุบัน

     1.1  สภาพภูมิศาสตร์

                 1)  ขนาดที่ตั้งและอาณาเขต

                   จังหวัดฉะเชิงเทราตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศไทย  ประมาณเส้นรุ้งที่ 13  องศาเหนือ  และเส้นแวงที่  100  องศาตะวันออก  เป็นจังหวัดที่อยู่ในเขตภาคตะวันออก  หรืออยู่ในพื้นที่           2  จังหวัดชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก  (ฉะเชิงเทรา  ชลบุรี  และระยอง)  ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถไฟสายตะวันออก  ประมาณ  61  กิโลเมตร  ตามทางหลวงหมายเลข 304  ประมาณ  75  กิโลเมตรหรือตามทางหลวงหมายเลข 3  ประมาณ  100  กิโลเมตรหรือตามทางหลวงหมายเลข 304 แยกเข้าสายหมายเลข  314  ประมาณ  90  กิโลเมตร   มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง  ดังนี้คือ

          อาณาเขต

          ทิศเหนือ          ติดต่อกับจังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายกและจังหวัดปราจีนบุรี

          ทิศใต้             ติดต่อจังหวัดชลบุรี  จังหวัดระยอง  จังหวัดจันทบุรี 

          ทิศตะวันออก     ติดต่อจังหวัดปราจีนบุรี  จังหวัดสระแก้ว

          ทิศตะวันตก      ติดต่อกรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ

          มีพื้นที่ทั้งหมด  5,378.13  ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ  3,395,000  ไร่  แบ่งเขตการปกครอง                    เป็น 10  อำเภอ  1  กิ่งอำเภอ  แยกได้ดังนี้

          1.  อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา          พื้นที่              375              ตารางกิโลเมตร

          2.  อำเภอบางปะกง                พื้นที่              257.9            ตารางกิโลเมตร

          3.  อำเภอบางคล้า                  พื้นที่              227.9            ตารางกิโลเมตร

          4.  อำเภอพนมสารคาม             พื้นที่              502              ตารางกิโลเมตร

          5.  อำเภอบางน้ำเปรี้ยว            พื้นที่              498.7            ตารางกิโลเมตร

          6.  อำเภอบ้านโพธิ์                  พื้นที่              217.1            ตารางกิโลเมตร

          7.  อำเภอสนามชัยเขต             พื้นที่              1,716            ตารางกิโลเมตร

          8.  อำเภอแปลงยาว                พื้นที่              237.2            ตารางกิโลเมตร

          9.  อำเภอราชสาสน์                พื้นที่              134.9            ตารางกิโลเมตร

          10. อำเภอท่าตะเกียบ              พื้นที่              1,084            ตารางกิโลเมตร  

          11. อำเภอคลองเขื่อน               พื้นที่              127.4            ตารางกิโลเมตร

 

 

                   2)  ลักษณะภูมิประเทศ

                   ลักษณะทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มมีที่ดอนเป็นบางส่วน  ซึ่งในจำนวน  10  อำเภอ  1  กิ่งอำเภอ                สนามชัยเขต  มีเนื้อที่รวมกันเกือบเป็นครึ่งหนึ่งของเนื้อที่จังหวัด  มีลักษณะเป็นที่ดอนป่าและเขาบางแห่งพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล  2-3  เมตร

                   ลักษณะของดินในจังหวัดฉะเชิงเทรา มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำนาในบริเวณพื้นที่ด้านตะวันตกของจังหวัด  สำหรับบริเวณสองฝั่งแม่น้ำบางปะกงในอำเภอเมืองและอำเภอบางคล้าเหมาะแก่การเพาะปลูกผักผลไม้และไม้ยืนต้น  และบริเวณพื้นที่ตอนกลางและบางส่วนทางตะวันออกของจังหวัด               เหมาะแก่การปลูกพืชไร่   สำหรับพื้นที่ด้านตะวันออกของจังหวัดเป็นดินภูเขา  ไม่เหมาะในการทำการเกษตร และเป็นพื้นที่ป่าไม้เป็นส่วนใหญ่

                   การใช้พื้นที่ของจังหวัด

-  พื้นที่ราบและราบลุ่ม  ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด  บริเวณที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงในเขตท้องที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา  อำเภอบ้านโพธิ์  อำเภอบางปะกง   อำเภอบางน้ำเปรี้ยว  อำเภอบางคล้า  อำเภอราชสาสน์  อำเภอแปลงยาว  และพื้นที่บางส่วนของอำเภอพนมสารคาม  มีพื้นที่ประมาณ 1,251,000 ไร่ ซึ่งประมาณร้อยละ  35  อยู่ในเขตชลประทานส่วนใหญ่อยู่ในสี่อำเภอแรกบริเวณนี้มีการใช้ดินทางการกสิกรรมมานานและขยายตัวเต็มที่  โอกาสจะขยายพื้นที่มีน้อยมาก

                   -  พื้นที่ดอนลูกคลื่น ดอนลาด ในเขตท้องที่อำเภอพนมสารคาม อำเภอแปลงยาวและพื้นที่บางส่วนของอำเภอสนามชัยเขต  ความสูงพื้นที่โดยเฉลี่ย   4 - 20  เมตร  ที่ดินบริเวณนี้ไม่เหมาะแก่การทำนาเท่าที่ควร  ส่วนมากจึงใช้ที่ดินทำไร่มันสำปะหลัง  อ้อย  และเลี้ยงสัตว์

                   -  พื้นที่ภูเขาและเขาสูงด้านตะวันออกของจังหวัด ความสูงเฉลี่ย 100 เมตรขึ้นไป อยู่ในเขตท้องที่อำเภอสนามชัยเขต  อำเภอท่าตะเกียบ  และพื้นที่บางส่วนที่เป็นภูเขาของอำเภอพนมสารคามและอำเภอแปลงยาวบางส่วน  ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ  1,784,750  ไร่

                   เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของโลกและของประเทศได้เปลี่ยนแปลงไป  มีการลงทุนทางด้านอุตสาหกรรมของชาวต่างชาติในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก  รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทราด้วย  ประกอบกับสภาพพื้นที่ของจังหวัดเหมาะสมกับการเกษตร  การปศุสัตว์และการประมง  การพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม                    จึงขยายตัวมากขึ้น  โดยเฉพาะบริเวณถนนบางนา-ตราด เขตอำเภอบางปะกงที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ               กับภาคตะวันออก จึงมีการใช้พื้นที่ในการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น และขยายเข้าสู่เขตอำเภอเมืองฯ

                    3) ลักษณะภูมิอากาศ

                   จังหวัดฉะเชิงเทรา  อากาศค่อนข้างร้อน  ไม่หนาวจัด  มีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่าง  12.3-35  องศาเซลเซียส  ปริมาณน้ำฝนตกเฉลี่ย  1,372.8  มิลลิเมตรต่อปี  ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย  114.4  มิลลิเมตร ต่อเดือน

             สภาพอากาศภายในจังหวัด  มี  3  ฤดู   คือ

          ฤดูร้อน            ประมาณเดือน   กุมภาพันธ์-เมษายน

          ฤดูฝน             ประมาณเดือน   พฤษภาคม-ตุลาคม

          ฤดูหนาว         ประมาณเดือน   พฤศจิกายน-มกราคม

                    4)  ทรัพยากรธรรมชาติ

                   แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัด

                   4.1  ป่าไม้  จังหวัดมีพื้นที่ป่าไม้  2,427.37  ตารางกิโลเมตร  หรือ 1,517.16  ไร่   คิดเป็น  44.69%  ของพื้นที่จังหวัด  ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัด  อันเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร  และเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด  จังหวัดได้ประกาศให้เป็นพื้นที่     ป่าสงวนแห่งชาติ   เรียกว่า  ป่าสงวนแห่งชาติ  “ป่าแควระบมสียัด”  ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมในเขตตำบลท่ากระดาน  ตำบลทุ่งพระยา  ตำบลลาดกระทิง  อำเภอสนามชัยเขตตำบลท่าตะเกียบ  ตำบลคลองตะเกรา  กิ่งอำเภอท่าตะเกียบ  และตำบลเขาหินซ้อน  อำเภอพนมสารคาม

                     อำเภอพนมสารคาม      พื้นที่ป่าไม้                  46      ตารางกิโลเมตร

                   อำเภอสนามชัยเขต        พื้นที่ป่าไม้            1,297.37    ตารางกิโลเมตร

                   อำเภอท่าตะเกียบ         พื้นที่ป่าไม้                1,084    ตารางกิโลเมตร

          ทางราชการจำแนกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมสียัดไว้เป็นป่าอนุรักษ์และป่าเศรษฐกิจ  ดังนี้

-   ป่าอนุรักษ์  เนื้อที่ประมาณ  511,872  ไร่  มีสภาพป่าธรรมชาติอุดมสมบูรณ์หรือเป็นภูเขาสูงอนุรักษ์ไว้เพื่อรักษาความสมดุลย์ทางธรรมชาติ  ไม่อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์

-   ป่าเศรษฐกิจประเภทที่  1   เนื้อที่ประมาณ  85,806   ไร่   เป็นพื้นที่ถูกบุกรุกครอบครองทำการเกษตรหมดสภาพป่าไปแล้ว  และสภาพดินเหมาะสมในการทำเกษตร  ทางราชการมีนโยบายมอบพื้นที่สำนักงาน ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  นำไปจัดสรรแก่เกษตรกร

 

-  ป่าเศรษฐกิจ ประเภทที่  2   เนื้อที่ประมาณ  918,427   ไร่  เป็นพื้นที่ถูกบุกรุกทำลายสภาพป่า                 เสื่อมโทรม  สภาพดินไม่เหมาะในการทำเกษตรกรรม  ทางราชการมีนโยบายปลูกสร้างสวนป่าหรือให้ขอเข้าทำประโยชน์อื่น ๆ  โดยมีการปลูกป่าของภาครัฐบาล  1  แห่ง  เนื้อที่  14,253   ไร่  พันธุ์ไม้ที่ปลูก  เช่น  ยูคาลิปตัส  ไม้เลื่อน  นนทรี  สัก  มะยมป่า  ฯลฯ  และยังมีของภาคเอกชนอีก  8  แห่ง  เนื้อที่  8,818-3-14  ไร่  พันธุ์ไม้ที่ปลูกคือ  ยูคาลิปตัส  เป็นต้น

สภาพป่าแควระบมสียัดมีพื้นที่ลดลงตามลำดับ  สภาพตรงกลางป่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่  จะมีการบุกรุกเป็นบางส่วนโดยเฉพาะบริเวณแนวเขตรอบ ๆ ป่าที่ถูกทำลายเว้าแหว่งเป็นจุด ๆ เป็นหย่อม ๆ  ทั่วไปจากภาพถ่ายทางอากาศและดาวเทียม  เมื่อปี  พ.ศ.  2534  พบว่า  พื้นที่ป่าโดยเฉพาะแควระบมสียัด  ซึ่งเป็นป่าใหญ่แห่งเดียวของจังหวัด  มีพื้นที่เหลืออยู่  1,237  ตารางกิโลเมตร   หรือ  773125  ไร่   คิดเป็นร้อยละ   22.77  ของพื้นที่จังหวัด

จังหวัดมีโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  มุ่งเน้นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแม่น้ำบางปะกงและพื้นที่ชายฝั่ง  จัดระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงห้ามตั้งโรงงานอุตสาหกรรมริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงในรัศมี  2  กิโลเมตร  และพื้นที่แหล่งน้ำสำคัญ  เช่น  คลอง   ในระยะจากฝั่งลึกเข้าไป  1  กิโลเมตร  นอกจากนี้ยังดำเนินโครงการคืนป่าให้แผ่นดินในเขตพื้นที่อำเภอสนามชัยเขตและอำเภอท่าตะเกียบ  เพื่อการปลูกป่าทดแทนในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ  และนอกพื้นที่โครงการรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อสร้างความสมดุลย์ทางธรรมชาติ

                   4.2  แหล่งน้ำ

                   พื้นที่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด  มีลักษณะภูมิประเทศเป็นลูกคลื่นและภูเขาสูงเฉลี่ย  100-400  เมตร  กระจายทั่วไป  และมีป่าไม้คลุมอันเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำธรรมชาติ  ซึ่งแบ่งได้  3  ประเภท  คือ

                   -  แหล่งน้ำจากฝน   เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญอันเป็นต้นกำเนิดแหล่งน้ำอื่น ๆ ลักษณะการกระจายของฝนจะต่างกันออกไปส่วนใหญ่ตกชุกในเขตภูเขาและที่ราบสูงทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดในเขตอำเภอสนามชัยเขต และอำเภอท่าตะเกียบ  ส่วนที่ติดต่อกับจังหวัดชลบุรีและจันทบุรี  ถัดมาด้านตะวันตก   ปริมาณน้ำฝนจะลดลงตามลำดับ  สำหรับพื้นที่ด้านเหนือส่วนที่ติดกับจังหวัดปราจีนบุรี  บริเวณบางส่วนของอำเภอ พนมสารคาม  และอำเภอสนามชัยเขตปริมาณน้ำฝนค่อนข้างน้อย

 

                   -  แหล่งน้ำจากผิวดินหรือแม่น้ำ   ที่สำคัญคือแม่น้ำบางปะกง  ซึ่งไหลผ่านอำเภอต่าง ๆ                ของจังหวัด  นอกจากนี้ยังมีคลองธรรมชาติ  อันเป็นสาขาของแม่น้ำบางปะกง  ได้แก่ คลองท่าลาดในเขตอำเภอพนมสารคาม  ซึ่งเกิดจากคลองสาขา  คือ  คลองระบม  และคลองสียัด  อันมีต้นน้ำอยู่ทางตะวันออกของจังหวัดในเขตอำเภอสนามชัยเขต  และยังมีคลองซึ่งเชื่อมโยงติดต่อกับกรุงเทพฯ   และจังหวัดสมุทรปราการหลายแห่ง  เช่น  คลองสำโรง  คลองแสนแสบ  คลองท่าไข่ คลองบางขนาก และคลองประเวศบุรีรัมย์   ซึ่งเป็นคลองที่ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งที่สำคัญรองจากแม่น้ำบางปะกง

-          แหล่งน้ำจากใต้ดินหรือน้ำบาดาล  มีอยู่ทั่วไปในจังหวัด  โดยเฉพาะด้าน

ตะวันตกของจังหวัดในเขตลุ่มน้ำบางปะกง  ส่วนทางด้านตะวันออกมีปริมาณน้ำใต้ดินน้อย  อย่างไรก็ตามน้ำ            ใต้ดินส่วนใหญ่มีคุณภาพไม่เหมาะสม  ที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคหรือการเกษตรกรรม  เนื่องจากน้ำมีความเค็มหรือไม่ก็เป็นน้ำกร่อย   พื้นที่ที่พอจะนำน้ำใต้ดินมาใช้ประโยชน์บางอย่างก็คือ  บางส่วนของอำเภอบางคล้า  อำเภอสนามชัยเขต  อำเภอพนมสารคาม  และอำเภอท่าตะเกียบแต่ปริมาณน้ำมีน้อย

                   อนึ่ง  แม่น้ำบางปะกงนั้นถือเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญไหลผ่าน  5  อำเภอ  อันได้แก่  อำเภอบางคล้า  อำเภอบางน้ำเปรี้ยว  อำเภอเมืองฯ  อำเภอบ้านโพธิ์  และไหลออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอบางปะกงและนอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำ  ได้แก่  อ่างเก็บน้ำลาดกระทิงในอำเภอสนามชัยเขต   อ่างเก็บน้ำระบม  ในอำเภอสนามชัยเขต  เขื่อนกันแม่น้ำบางปะกง  ช่วงบริเวณตำบลบางแก้วในเขตอำเภอเมืองฯ

                   อย่างไรก็ดี  จังหวัดฉะเชิงเทรา  นับเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง  ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน  ของทุกปี  ราษฎรในเขตท้องที่อำเภอต่างๆ  จะได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก  อาจกล่าวได้ว่าถึงขั้นวิกฤต  สาเหตุเนื่องจากน้ำทะเลหนุนเป็นผลให้แม่น้ำบางปะกงมีความเค็ม  ล่วงเลยขึ้นสู่ตอนเหนือถึงอำเภอบ้านสร้าง  จ.ปราจีนบุรี  ประกอบกับการประปาฉะเชิงเทรา  มีสระเก็บน้ำดิบเพียง  40,000  ลบ.ม.  กำลังผลิต  460  ลบ.ม.  ต่อชั่วโมง  โดยการทดน้ำจากคลองเจ้ามากักเก็บในสระน้ำดิบเพื่อจำหน่าย  การประปาบางปะกงมีกำลังผลิต  200  ลบ.ม.  ต่อชั่วโมง  ใช้แหล่งน้ำดิบจากคลองส่งน้ำชลประทานพระองค์เจ้าไชยานุชิต  การประปาบางคล้ากำลังผลิต   80  ลบ.ม.  ต่อชั่วโมง  ใช้แหล่งน้ำดิบจากคลองท่าลาด  นอกจากนี้ก็มีการประปาสัมปทานของเอกชนดำเนินการเอง  เช่น  ชุมขนตำบลดอนฉิมพลี  อ.บางน้ำเปรี้ยว เป็นต้น  การแก้ไขปัญหาระยะยาว  การประปาภูมิภาคมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 10,000  ลบ.ม./ชั่วโมง   หรือ  240,000  ลบ.ม./วัน  การแก้ปัญหาระยะสั้น  จังหวัดมีโครงการร่วมกับภาคเอกชนจัดหาน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม  สำหรับภาครัฐได้จัดทำ  โครงการขุดลอก           คู  คลอง  หนอง  บึง  สระน้ำ  รวมทั้งขุดเจาะบ่อบาดาล  จัดหาถังเก็บน้ำฝน  โครงการประปาหมู่บ้าน  ประปาบาดาล  เป็นต้น  และหากเป็นไปได้ว่าสามารถดำเนินโครงการสร้างเขื่อนบางปะกงและอ่างเก็บน้ำสียัดอันเป็นอ่างเก็บน้ำจืดขนาดใหญ่และพัฒนาโครงการชลประทานชายฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางปะกงแล้วเสร็จสามารถจัดหาน้ำให้ประปาฉะเชิงเทรา  บางคล้า  พนมสารคาม  บางปะกง  และการประปาชุมชนขนาดเล็กได้อย่างเพียงพอ  นอกจากนี้ยังได้น้ำเพื่อการเกษตรอีก  1.5  ล้านไร่  และส่งน้ำให้เขตอุตสาหกรรมและพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดชลบุรีได้อีกด้วย

          4.3  แหล่งแร่

          เท่าที่สำรวจพบได้แก่  แร่เหล็ก  ซึ่งมีแหล่งที่พบ  ดังนี้

1)      แหล่งแร่เหล็กหนองบอน  อ.บางคล้า  เป็นแร่เกิดจากการสะสมตัวเป็นชั้นหนา  5-10  เมตร แทรกอยู่ในหินไมก้า-ชีสท์  แกรนิต  และควอทไซด์

2)      แหล่งแร่เหล็กลาดกระทิง   อ.สนามชัยเขต  ประกอบด้วยแร่เฮอร์มาไตท์  ลิโมไนท์  ซึ่งเกิดเป็นกระเปาะอยู่ในหินศิลาแลง

3)      แหล่งแร่เนินไร่  อ.บางคล้า  ประกอบด้วยแร่แมกนิไตท์แทรกอยู่ในหินซีลท์  นอกจากนี้ก็มีทองคำพบในบริเวณ  อ.สนามชัยเขต  ทองแดงพบที่เขาดิน  เขาตาจือ  เขาท่าพระ  พบอยู่ในหินควอทไมก้าซีสท์  อย่างไรก็ดีในจังหวัดยังไม่ปรากฏว่ามีการทำแร่ในเชิงธุรกิจแต่อย่างใด

 

1.5  ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน

                   สภาพทางเศรษฐกิจ

                   1.5.1  การเกษตรกรรม  การประกอบอาชีพในสาขาเกษตรกรรมของประชากรในจังหวัดนับเป็นอาชีพที่มีความสำคัญและบทบาทต่อฐานะความเป็นอยู่ของประชากรมาก  เพราะมีประชากรผู้ประกอบอาชีพเกษตรถึงประมาณ  70%  ของประชากรทั้งจังหวัด  ในแต่ละปีมูลค่าผลผลิตในภาคเกษตรกรรมสูงกว่า  14,000  ล้านบาทและเป็นสาขาอาชีพพื้นฐานที่นำไปสู่การพัฒนาด้านต่าง ๆ เช่นอุตสาหกรรมการเกษตร  โดยใช้ผลผลิตที่ได้เป็นวัตถุดิบซึ่งสามารถที่จะแยกออกได้เป็นหลายประเภท

สำหรับพื้นที่ประกอบการเกษตรของจังหวัด  รวมทั้งสิ้นประมาณ  2,090,636   ไร่  

คิดเป็นร้อยละ  60   ของพื้นที่ทั้งจังหวัด   จำแนกรายอำเภอ  ดังนี้

          อำเภอเมือง                                    มีพื้นที่ทางการเกษตร      187,804             ไร่

          อำเภอบางน้ำเปรี้ยว                          มีพื้นที่ทางการเกษตร      294,030              ไร่

อำเภอบ้านโพธิ์                                มีพื้นที่ทางการเกษตร      116,506              ไร่

อำเภอบางปะกง                               มีพื้นที่ทางการเกษตร      118,833              ไร่

อำเภอบางคล้าและกิ่งอำเภอคลองเขื่อน    มีพื้นที่ทางการเกษตร       188,125        ไร่

อำเภอพนมสารคาม                           มีพื้นที่ทางการเกษตร      318,960         ไร่

อำเภอสนามชัยเขตและอำเภอท่าตะเกียบ    มีพื้นที่ทางการเกษตร       664,500       ไร่

อำเภอแปลงยาว                              มีพื้นที่ทางการเกษตร      117,561          ไร่

อำเภอราชสาส์น                              มีพื้นที่ทางการเกษตร        84,312          ไร่

พืชเศรษฐกิจที่สำคัญทางด้านกสิกรรมได้แก่  ข้าว  มันสำปะหลัง    ส่วนด้านปศุสัตว์ก็นับเป็นแหล่งผลิตและเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญ   เช่น  สุกร  ไก่ไข่  และไก่เนื้อ  สำหรับด้านประมง  เกษตรกรจะการเลี้ยงปลาควบคู่ไปกับการเลี้ยงสัตว์  ปลาที่นิยมเลี้ยงได้แก่  ปลาช่อน  ปลาดุก  ปลานิล   ส่วนการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ  เริ่มประสพปัญหาน้ำเสีย  ทำให้ปริมาณการเลี้ยงลดลง

เกษตรพืช    จังหวัดมีการปลูกข้าวมากเป็นอันดับหนึ่ง    พื้นที่ปลูกข้าวนาปีคิดเป็น 30%  ของพื้นที่จังหวัดหรือ   50%     ของพื้นที่ถือครองการเกษตร  เพาะปลูกได้ตลอดปี   เนื่องจากพื้นที่ทำนาไม่พร้อมกัน  บางส่วนรับน้ำจากคลองชลประทาน   ส่วนใหญ่เพาะปลูกในเขตอำเภอบางน้ำเปรี้ยว  อำเภอเมืองฯ   อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอบางปะกง  สำหรับอำเภออื่น ๆ   จะทำนาได้เพียงปีละครั้ง   สำหรับมันสำปะหลังถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด   มีพื้นที่เพาะปลูกมากรองจากข้าว   ส่วนใหญ่เพาะปลูกบริเวณที่เนิน   เชิงเขา  ลาดเขา  ในท้องที่อำเภอท่าตะเกียบ คิดเป็น  40%    ของพื้นที่ปลูกทั้งจังหวัด   รองลงมาได้แก่   อำเภอสนามชัยเขต   อำเภอพนมสารคาม  และอำเภอแปลงยาว   นอกจากนี้มะม่วงยังถือเป็นพืชที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งรองลงมา     ปีหนึ่งๆ   ทำรายได้ให้จังหวัดมากกว่า 1,000   ล้านบาท    จังหวัดเป็นแหล่งเพาะปลูกมะม่วงที่สำคัญของประเทศ  อำเภอที่เพาะปลูกมากที่สุดได้แก่   อำเภอบางคล้า  มีพื้นที่เพาะปลูก 51 %  ของพื้นที่เพาะปลูกมะม่วงทั้งหมดรองลงมา  คืออำเภอเมืองฯ  อำเภอพนมสารคาม  และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว

เกษตรสัตว์     จังหวัดฉะเชิงเทรามีการเลี้ยงไก่ไข่มากที่สุดของประเทศ   ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น   บริเวณที่เลี้ยงมากได้แก่  อำเภอบ้านโพธิ์  รองลงมาได้แก่  อำเภอเมืองฯ  อำเภอบางคล้า และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว  สำหรับไก่เนื้อไม่ขยายตัวเท่าที่ควร   บริเวณที่เลี้ยงกันมากได้แก่  อำเภอบ้านโพธิ์ รองลงมาคือ  อำเภอเมืองฯ  อำเภอบางคล้า  และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว   นอกจากนี้สุกรก็เป็นสัตว์เศรษฐกิจของจังหวัดที่เลี้ยงกันมาก   การเลี้ยงแบบธุรกิจฟาร์มมีมากขึ้น   ผู้เลี้ยงรายย่อยลดลง  โดยอำเภอเมืองฯ  เลี้ยงมากที่สุดคิดเป็น  37%  ของปริมาณการเลี้ยงทั้งหมด  รองลงมาได้แก่อำเภอบางคล้า  อำเภอพนมสารคาม  ที่เหลือกระจายตามอำเภอต่าง ๆ

 

1.5.2  การพณิชยกรรม

สำหรับสินค้าที่จำหน่ายเป็นรายได้หลัก   รวมทั้งสิ้นที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตซึ่งไม่สามารถผลิตได้ในจังหวัดและจะต้องนำเข้า   แยกได้ดังนี้

สินค้าเข้า    ที่สำคัญส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน  หรือเป็นวัสดุดิบที่ใช้ในการผลิตได้แก่  เสื้อผ้าสำเร็จรูป  อาหารสำเร็จรูป  น้ำมันเชื้อเพลิง  น้ำมันหล่อลื่น  แก๊สรถยนต์  หุงต้ม  อุปกรณ์การเกษตร เครื่องจักร  เครื่องยนต์  ไม้แปรรูป  อุปกรณ์ก่อสร้าง  อาหารสัตว์  ปุ๋ยเคมี  ยาปราบศัตรูพืช  สินค้าอุปโภคบริโภค  รวมทั้งของเบ็ดเตล็ดต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีผลิตผลทางการเกษตร ส่งเข้ามายังโรงงานแปรรูปสินค้าในจังหวัดหลายชนิด ได้แก่  ข้าวเปลือก  ข้าวโพด  มันสำปะหลัง  เปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์   ถั่วเหลือง  ปริมาณในการส่งเข้าขึ้นอยู่กับภาวะการตลาดสินค้าชนิดนั้น   รวมทั้งกำลังการผลิตของโรงงานแปรรูปแต่ละประเภท 

สินค้าส่งออก    ในทางเกษตรกรรมได้แก่  ข้าว  ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง  สุกร   ไก่เนื้อ  เป็ดเนื้อ  ไข่ไก่  ไข่เป็ด  กุ้งกุลาดำ  มะม่วง  และพืชผักต่างๆ   ซึ่งส่วนใหญ่จะส่งไปขายยังตลาดกรุงเทพฯ  และจังหวัดใกล้เคียง

สำหรับสินค้าทางอุตสาหกรรม  ได้แก่  ผลิตภัณฑ์อิเล็คทรอนิกส์  อุปกรณ์ไฟฟ้า  สายไฟฟ้าชุดสำหรับรถยนต์  ผลิตภัณฑ์พลาสติก  รองเท้ากีฬา  อุปกรณ์กีฬา  เฟอร์นิเจอร์  กาแฟผง  และผลิตภัณฑ์ ไข่ผง

1.5.3  การบริการและการท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด

  1.             1.   แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
  • Ø น้ำตกเขาอ่างฤาไน   หรือน้ำตกบ่อทอง  อำเภอท่าตะเกียบ 
  • Ø สวนป่าลาดกระทิง  อำเภอท่าตะเกียบ  ระยะทาง  71  กม.
  • Ø เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน  อำเภอท่าตะเกียบ ระยะทาง  130  กม.
  • วัดเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม  ระยะทาง  50  กม.
  • วัดโพธิ์  อ.บางคล้า  ระยะทางประมาณ  24 กม.  
  • บางปะกง  ริเวอร์ไซด์  คันทรี่ครับ  ริมถนนฉะเชิงเทรา - บางปะกง  ระยะทาง 15  กม.
  •  ศูนย์การศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อนตามพระราชดำริ อำเภอพนมสารคามระยะทาง  54  กม. 

 

             2.       แหล่งโบราณสถาน โบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ  และแหล่งโบราณคดี                                             

  • วัดโสธรวรารามวรวิหาร  อำเภอเมืองฯ   ระยะทาง  1  กม.
  • กำแพงเมืองเก่าพร้อมปืนใหญ่  อำเภอเมืองฯ  ระยะทาง  500  ม.
  • ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า  อำเภอเมืองฯ  ระยะทาง  1  กม.
  • วัดพยัคฆอินทาราม  อำเภอเมืองฯ  ระยะทาง  4  กม.
  • พระอุโบสถวัดสุคันธศีราราม  (วัดหอมศีล) อ.บางปะกง ระยะทาง  33  กม.
  • อาคารไปรษณีย์หลังเก่า อำเภอเมืองฯ  ระยะทาง  1  กม.
  • วัดปากน้ำ โจ้โล้  อำเภอบางคล้าระยะ  20  กม.
  • วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฏิ์ อำเภอเมืองระยะ  1  กม.
  • วัดจีนประชาสโมสร  อำเภอเมืองฯ  ระยะทาง   2  กม.
  • วัดอุภัยภาติการาม อำเภอเมืองฯ  ระยะทาง  1.5  กม.
  • ลานชนไก่  และสระน้ำอโนดาต อำเภอราชสาสน์  ระยะทาง  56  กม.
  • ศาลและพระบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • อำเภอพนมสาร คาม  ระยะทาง  54   กม.
  • อาคารอเนกประสงค์  หอสมุดพิพิธภัณฑ์ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  โรงเรียนพุทธโสธรอำเภอเมืองฯ    ระยะทาง   1   กม.

 

 1.5.4  การอุตสาหกรรม

 1)  อุตสาหกรรมโรงงาน จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มีการขยายตัวทางอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น  อันเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลในการกระจายความเจริญและการลงทุนสู่ภูมิภาค  และจังหวัดปริมณฑล ประกอบกับจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประตูสู่  Eastern  Seaboard  และประตูสู่ภาคอีสาน   อีกทั้งอัตราค่าแรงขั้นต่ำถูกกว่ากรุงเทพ  และจังหวัดปริมณฑล  ตลอดจนเป็นแหล่งวัตถุดิบทางด้านเกษตรกรรม เป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับกรุงเทพฯ และหากพิจารณา ย่านที่มีโรงงานหนาแน่นจะพบว่า มี 4  ย่านคือ

1.  ย่านถนนบางนา - ตราด  ซึ่งเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ  สมุทรปราการ และภาคตะวันออก

2.  ย่านถนนสุวินทวงศ์  ระหว่างมีนบุรี - ฉะเชิงเทรา

3.  ย่านถนนฉะเชิงเทรา - บางปะกง

  1.                    4.  ย่านถนนฉะเชิงเทรา – พนมสารคาม

 

นอกจากนี้ยังมีโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอีก  2  แห่ง  คือ

1.  นิคมอุตสาหกรรม  เวลโกรว์     ตั้งอยู่ถนนสายบางนา - ตราด  กม. ที่  36      

อ.บางปะกง  มีพื้นที่ 3,000  กว่าไร่  มีโรงงานประมาณ   18   โรงงาน

2.  นิคมอุตสาหกรรมเกดเวย์ซิตี้    ตั้งอยู่ถนนสาย  311  (ฉะเชิงเทรา - สัตหีบ)    

กม.ที่ 20  อ.แปลงยาว  มีพื้นที่  6,900  ไร่ ขณะนี้มีโรงงานกำลังขออนุญาตประกอบกิจการหลาย

โรงงาน

   สำหรับนิคมอุตสาหกรรมของเอกชน  ที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน  (B.O.I.)  และอยู่ในความดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม  ได้แก่ 

          1.  บางปะกงอินดัสเตรียลปาร์ค (B.I.P.)  ตั้งอยู่ถนน  บางนา - ตราด  กม. ที่  52   อ.บางปะกง  มีพื้นที่   300   ไร่  มีโรงงาน  11   โรงงาน

          2.  กลุ่ม  TTI  เป็นกลุ่มโรงงานที่ร่วมทุนระหว่างไทยและไต้หวัน   ตั้งอยู่ถนน

ทางเข้าโรงไฟฟ้าบางปะกง  อ.บางปะกง มีพื้นที่  54  ไร่   มีโรงงานจำนวน  12   โรงงาน

  2)  อุตสาหกรรมพื้นบ้านหรืออุตสาหกรรมในครัวเรือน   ในจังหวัดพบว่าส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมด้านจักรสาน  และมีจำนวนแห่ง  หรือปริมาณแรงงานที่ไม่แน่นอน   กล่าวคือ  เป็นแรงงานที่ว่างงานตามฤดูกาลและเป็นกึ่งอุตสาหกรรม

 

2.  วัฒนธรรมประเพณี   ค่านิยม   และความเชื่อของคนในสังคม  (บรรยายสภาพสำคัญฯ                               ของคนส่วนใหญ่ในจังหวัด   สภาพแตกต่างบางอย่างของกลุ่มชนในพื้นที่บางอำเภอที่ควรนำมาบรรยาย)

  1. วัฒนธรรม  ประเพณี  ค่านิยม  และความเชื่อของคนในจังหวัดฉะเชิงเทรา

มีศูนย์วัฒนธรรม  1 แห่ง   และแหล่งโบราณสถาน  6  แห่ง   มีสมาคมและมูลนิธิที่จัดตั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและเผยแผ่กิจกรรมทางวัฒนธรรมจำนวน 96 แห่ง  มีอาคารอเนกประสงค์  หอสมุด              หอพิพิธภัณฑ์ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  โรงเรียนพุทธโสธร   ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษา  และอนุรักษ์โบราณวัตถุต่าง ๆ   อันมีคุณค่าทางศิลปและประวัติศาสตร์   ซึ่งสามารถติดต่อขอเข้าชมได้

-  ขนบธรรมเนียม  ประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา  ส่วนใหญ่ยึดถือขนบธรรมเนียมไทยทั่วไป  เช่น  การไปลา  มาไหว้  การต้อนรับ  และการไปเยี่ยมในโอกาสต่าง ๆ  การเคารพนบนอบ  ต่อผู้มีอาวุโสมากกว่า  การรู้จักกาลเทศะ   การรู้จักที่ต่ำที่สูง  การเลี้ยงดูพ่อแม่  เมื่อยามแก่เฒ่าผู้ชายควรกล้าหาญและเป็นผู้นำครอบครัว  และต้องบวชพระ  ผู้หญิงต้องรู้จักเป็นแม่บ้านและเลี้ยงดูบุตร  การมีกิริยามารยาทอันควรแก่กาลเทศะ  การยึดมั่นในสถาบันชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์  เป็นต้น

-  ประเพณี   ส่วนใหญ่ ยึดถือปฏิบัติตามประเพณีไทยภาคกลางทั่วไป เช่น  การบวชเณร  บวชพระ  ประเพณีหมั้น   การแต่งงาน   การทำบุญครบวันเกิด  วันตาย  การทำบุญขึ้นบ้านใหม่     การทอดกฐิน ทอดผ้าป่า  และทำบุญในวันตรุษ   วันสาทรไทย  ปัจจุบันขั้นตอนพิธีการประเพณีบางอย่างได้ตัดทอนน้อยลงตามควรแก่เวลา  หรือสภาพปัจจุบันของแต่ละบุคคลหรือของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป    เช่น การแต่งงานอาจมีเพียงการสู่ขอ   ทำพิธีทางศาสนา  รดน้ำ  และรับประทานอาหาร

อย่างไรก็ดี เนื่องจากประชาชนในจังหวัดโดยเฉพาะในชุมชนใหญ่ ๆ มักจะมีเชื้อสายจีน  ดังนั้น  ขนบธรรมเนียมประเพณีก็ยังคงปฏิบัติตามธรรมเนียมจีนกันอยู่  ซึ่งจะพบเห็นได้เสมอในการจัดพิธีการต่างๆ   หรือไม่ก็จะปฏิบัติตามทั้งประเพณีไทยและจีนอันเป็นวัฒนธรรมแบบผสม

                             อีกประการหนึ่ง  ในจังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้นับถือศาสนาอิสลาม  และ ศาสนาคริสต์ โดยเฉพาะอำเภอบางน้ำเปรี้ยวจะมีผู้นับถือศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมาก ดังนั้นขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ  ก็ยังคงปฏิบัติตามปทัสถาน (Norm)  ของแต่ละสังคม

                              นอกจากนี้แล้วในเรื่องของประเพณีนั้น  ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรายังมีการทำบุญในวันสำคัญต่าง ๆ  ทางศาสนา  มีการละเล่นพื้นเมืองในบางชุมชน  เช่น  ประเพณีสงกรานต์  รวมทั้งการสรงน้ำพระและรดน้ำดำหัวเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที  สำหรับงานประเพณีของจังหวัดซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี  เช่น               งานนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธรและการแข่งเรือ  ช่วงระหว่างวันขึ้น  15  ค่ำ  เดือน  12   และงานสมโภช  กลางเดือนห้า   และช่วงงานเทศกาลตรุษจีน   นอกจากนี้ยังมีงานประเพณีเทศกาลของดีเมืองแปดริ้ว  ซึ่งจัดในช่วงฤดูร้อนเดือน  เมษายนของทุกปี

                             -  ภาษาและวรรณกรรม   ประชาชนในจังหวัดส่วนใหญ่ใช้ภาษากลางเช่นเดียวกับกรุงเทพฯ  ไม่มีภาษาท้องถิ่น  สำหรับวรรณกรรมที่พบก็มีประเภทบทเพลงกล่อมเด็ก  เช่น วัดเอ๋ยวัดโบสถ์               นกขมิ้น เป็นต้น 

- ศิลปกรรมและโบราณคดี   จังหวัดฉะเชิงเทรามีโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน จำนวน    6 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สำคัญ หรือโบราณวัตถุอันมีคุณค่าทางศิลปและวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์  กระจายอยู่ตามอำเภอต่าง ๆ

                             -  การละเล่น   แบ่งได้เป็นการแสดง  เช่น การแสดงลิเก  ซึ่งมีชาวบ้านยึดเป็นอาชีพมีอยู่หลายคณะ  และมักจะมีที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียงกัน    อยู่ซอยพระยาศรีสุนทรโวหารจนชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า  “ ซอยลิเก”  นอกจากนี้ก็มีการแสดงละครชาตรี   ซึ่งเป็นการแสดงเพื่อการแก้บนหน้าพระอุโบสถวัดโสธรฯ

                   สำหรับดนตรี  ก็มีประเภทวงมโหรี  ปี่พากย์  เครื่องสาย  ซึ่งไม่แพร่หลายด้วยขาดความนิยม            ไปตามกาลสมัย อย่างไรก็ดี  ก็ยังคงพบว่ามีการถ่ายทอดหรือสอนดนตรีไทยกันอยู่บ้างในรูปกลุ่มสนใจ                       หรือสอนกันส่วนตัว

                   นอกจากนี้  ยังมีการละเล่นที่เรียกว่า การละเล่นพื้นบ้าน  เช่น ตระกร้อลอดบ่วง  หมากรุก                 กัดปลา  ชนไก่   ซึ่งจะมีการตั้งบ่อนเป็นที่ชุมชนและทราบกันดีในหมู่ที่นิยมการละเล่นประเภทนั้น ๆ สำหรับการละเล่นของเด็กที่ยังพบเห็นอยู่บ้างตามชนบท  ได้แก่  ซ่อนหา  หมากเก็บ  วิ่งเปรี้ยว  เป็นต้น

                   -  ค่าความนิยมและความเชื่อ   สำหรับค่าความนิยมของประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา                      กล่าวได้ว่าไม่แตกต่างจากจังหวัดใกล้เคียง  ที่พบเห็นได้ชัดเจน  คือ  การส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนใหญ่ในเมือง  การเรียนในโรงเรียนของรัฐบาล   นอกจากนี้ก็ยังพบว่ามีค่านิยมเลือกทางดำรงชีวิตประจำวัน                     นิยมการจับจ่ายใช้สอยตามห้างสรรพสินค้า  หรือตาม  Supermarket  กันมากขึ้น การรับประทานอาหารนอกบ้าน   เป็นต้น   ทั้งนี้ อาจสืบเนื่องมาจาก ความสะดวกสบาย  และความรีบเร่งของเวลาอันมีจำกัด  รวมทั้งสภาพทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

                   สำหรับความเชื่อนั้น  ส่วนใหญ่จะมีความเชื่อในคำสอนของศาสนาที่ตนนับถืออยู่ รวมทั้งความเชื่อในการปฏิบัติตามขนมธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา  เช่น  การกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ  การทำบุญ   อุทิศส่วนกุศล   แก่ผู้ล่วงลับ    การขออโหสิกรรม   ตลอดจนความเชื่อในเรื่องดวง (วิถีเหนือลิขิต)  เป็นต้น

 

     

Attachments:
Access this URL (http://webcltc.net/file/jang.pdf)Download PDF[ ]153 Kb03/02/15 13:35

จำนวนผู้เข้าชม

548519
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
1104
944
6911
537646
23835
31114
548519

Your IP: 54.224.187.45
Server Time: 2017-11-24 12:42:35
FacebookFeed
วิทยาลัยเทคนิคจุฬาภรณ์ (ลาดขวาง)